MEMORY-FAVS

Fringe ณ U of T

posted on 03 Jun 2012 10:18 by jaelsoul in MEMORY-FAVS, PHOTOS directory Entertainment, Travel, Diary
Fringe เป็นซีรี่ย์ฝรั่งที่เริ่มถ่ายทำเมื่อปี 2008 ค่อนข้างยากที่จะหาคำบรรยายว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร
เราเพิ่งมาเริ่มดูทั้ง season ก็ช่วงนี้ (เผอิญเห็น DVD ชุดกำลังลดราคา เลยสอยมาก่อน ฮ่าา)
 
เรื่องนี้ตอนแรกตั้งชื่อว่า Pilot และมีความยาวนานกว่าตอนปกติ (ตอนปกติจะประมาณ 45 นาที)
เปิดตัวก็ทำเอาหลอนทีเดียว เหตุการณ์เกิดขึ้นบนเครื่องบิน โดยที่ผู้โดยสารในเครื่องกลายเป็นซากศพ
โดยที่ตำรวจเองก็ไม่ทราบสาเหตุ (เครื่องบินจอดลงอย่างปลอดภัยเพราะตั้ง auto pilot ไว้)
 
ทีนี้ ด้วยความที่ตอนแรกเนี่ยถ่ายทำแถวๆ Toronto, Canada มันก็เลยมีฉากที่เราคุ้นอยู่หลายฉากเลยทีเดียวล่ะ Undecided
 
ฉากที่ว่าถ่ายทำที่ University of Toronto มหาลัยฯ ที่เราเรียนอยู่นั่นเอง 
(เลยแอบเห่อเล็กน้อย ก็ถ่ายแค่ตอนเดียวเอง >_<)
 
สถานที่แรกที่เราจะพูดถึงคือตึก Bahen Centre for Information Technology ซึ่งในเรื่องเค้าใช้เป็น
Federal Building ณ Boston 
 
 
 
 
สามรูปด้านบนอยู่ที่ชั้นสามของตึก แล้วห้องนั้นเราเรียกกันว่า The Great Hall 
เป็นห้องที่มีเพดานสูงมากกกก ประมาณสองชั้นได้ ห้องนี้เลยมักจะมีคนใช้จัดนิทรรศการ
เวลาปกติจะเปิดให้นักเรียนใช้นั่งทำงานกลุ่มกัน แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันนี้ ไม่ได้หน้าตางี้แล้ว
(ปีสามเราไปใช้บริการที่ห้องนี้บ่อย เลยค่อนข้างจะคุ้นเคยกับมันในระดับหนึ่ง)
เขาเอาพื้นที่ตรงเพดานไปทำเป็นพื้นที่ออฟฟิศให้ graduate student *ร้องไห้*
 
 
รูปนี้เป็นชั้นสอง เราจะมีบันไดหมุนๆ ที่ใช้เดินขึ้นมาที่ชั้นสามได้ ส่วนด้านหลังรูปคือ lobby
บนพื้นใช้ CG แปะตราโลโก้ FBI ละมั้ง ด้านล่างเป็นรูปที่เราถ่ายไว้เองจ้า (เมื่อปี 2010)
 
(c) tikyon
the view of the lobby
 
(c) tikyon
the staircase
 
(c) tikyon
 
 
สถานที่ต่อไปคือตึก University College
 
 
 
Phillip Broyles and Olivia Dunham
 
ตึกนี้เราเคยไปหลายครั้งอยู่เหมือนกัน เป็นตึกที่มี architecture ด้านในที่สวยทีเดียว
(ด้านนอกก็สวย) แต่มันจะมืดๆ สลัวๆ ซะโดยส่วนใหญ่ ชั้นบนจะมี Hall ที่ให้นักเรียนเขียนข้อสอบ
และในหนึ่ง Hall นั้นมีแกรนด์เปียโนหนึ่งตัว ซึ่งบางครั้งก็จะมีคนไปเล่นมัน ทำเอาเสียงเพลงก้อง
กังวานในตัวตึก (คือได้ยินตั้งกะตรงทางเข้าเลย) ถ้าเป็นตอนดึกคงหลอนไม่ใช่เล่น ฮาา
 
 
รูปนี้น่าจะเป็นทางออกด้านหลังของตึก มันจะมีทางเชื่อมด้านหลังและข้างๆ เป็น garden
(ไม่ได้ไปคอนเฟิร์มสถานที่มา ครั้งล่าสุดที่ไปเดินเล่นบน campus ก็ปีกว่าๆ แล้ว ที่มหาลัยฯ จะมีหลายตึกที่หน้าตายุคแบบนี้น่ะ)
 
 
นี่คือด้านหน้าของตัวตึก University College -- ตัวเรื่องไปถ่ายทำในช่วงหน้าหนาว
แถมเป็นหน้าหนาวที่ได้ชื่อว่าหนาวที่สุดเท่าที่โตรอนโตมีในช่วงนั้น น่าสงสารอยู่เหมือนกัน ฮ่าๆ
 
 
บริเวณนี้เราเดินผ่านอยู่บ่อยๆ เพราะมันเป็นทางผ่านประจำ เวลาจะลัดเลาะไปอีกฟากของ campus
ด้านล่างเป็นรูปที่เราถ่ายไว้เมื่อปี 2010 จะเห็นว่าเข้าฤดูใบไม้ผลิ เลยไม่มีหิมะหลงเหลือแล้ว
 
(c) tikyon
 
(c) tikyon
 
ก็จบการเห่อเพียงเท่านี้ XD
 
Related Posts: 
 
พูดถึงตัวซีรีย์ เราว่าเป็นเรื่องที่สนุกดี โดยที่พยายามโยงความคิดในเชิงวิทยาศาสตร์
กับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งบางเหตุการณ์ทำเราหลอนอยู่เหมือนกัน เช่น บนรถเมล์
เราคิดว่าดูทั้ง season ไปรอบเดียวจะสนุกที่สุด เพราะถ้าหยุดไปสักพักแล้วกลับมาดูต่อ
อาจจะลืมว่าเนื้อเรื่องเกี่ยวกับอะไรไปบ้าง Foot in mouth
 
ทิ้งท้ายตัวละครที่เราแอบโฮก (เผอิญแคปเก็บไว้ แม้จะไม่เกี่ยวกับ location)
 
Peter Bishop! 
 
ด้วยความที่เราเริ่มทำงานหาเงินเก็บเองได้บ้าง ก็คิดว่าควรจะสนับสนุนศิลปินบ้าง
จะมัวแต่มานั่ง download เพลงเขา แล้วเรียกตัวเองว่าเป็นแฟนเพลงเขา มันก็ดูไม่งามเนอะ Foot in mouth
ด้วยความที่ศิลปินญี่ปุ่นเนี่ย ผลงานเขาค่อนข้างจะแพง เราจึงมักจะตัดสินใจอุดหนุน
เพียงแค่บางอัลบั้มหรือซิงเกิ้ล (ตามแต่เงินที่มี ณ เวลานั้น ฮ่าๆ)
 
เราอยู่ต่างประเทศ ก็เลยต้องสั่งผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งพูดจริงๆ บางครั้งเราไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่
บางทีก็กลัวพัสดุหาย ต้องมานั่งลุ้น หรือจะผ่านกงศุลหรือเปล่า ฯลฯ แต่บางทีมันก็ต้องเสี่ยงละนะ Cry
(เคยลองไปดูพวกร้านขายเพลงคนจีนนะ แต่เค้าไม่ค่อยนำเข้า SMAP เน้นวงอื่นกันซะมากกว่า
หรือเพราะลุงๆ แก่ไป?)
 
เพลงญี่ปุ่นเนี่ย มันมีแหล่งซื้อเยอะแยะเลยนะ จากที่เราลองค้นหาดูแล้ว
มีอยู่สองที่ที่เราน่าจะสามารถสั่งซื้อได้ นั่นก็คือ YesAsia กับ CDJapan
YesAsia จะมี free shipping ถ้าสั่งซื้อมากกว่าเงินจำนวนหนึ่ง (แต่มันก็มีเงื่อนไขอื่นด้วยแหละ)
ในขณะที่ CDJapan คิดค่าส่งตามน้ำหนักและประเภทการส่ง 
 
หลังจากชั่งใจระหว่างสองที่ บวกกับอ่านรีวิวของคนที่ใช้บริการ เราก็ตัดสินใจไปกับ CDJapan
เพราะ CDJapan เป็นบริษัทที่ญี่ปุ่น สต็อคเค้ามันมีโดยตรง ในขณะที่ YesAsia คงต้องผ่านการซื้อขายหลายต่อ
 
เราใช้บริการ CDJapan สองครั้งค่ะ ทั้งสองครั้งซื้อเพลงของ SMAP 
(จะบอกว่าถ้าเป็นอัลบั้ม มันจะแพงหูฉี่มาก เพราะบางทีก็ขึ้นอยู่กับค่าเงิน ณ เวลาซื้อ T_T)
 
ข้อดีอย่างหนึ่งก็คือ เวลาเราซื้อของ เราจะได้สะสมแต้ม แล้วนำมาใช้ในการซื้อครั้งถัดไป
และแน่นอนว่าจำนวนแต้มก็ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่เราเสียไปด้วย
 
ครั้งแรกเราสั่งซื้ออัลบั้มไป เลยได้แต้มมาค่อนข้างเยอะ เราเลยนำมาหักล้างค่า shipping
ของซิงเกิ้ลที่เราซื้อเป็นครั้งที่สอง ซึ่งคิดๆ ดูแล้วมันก็ดีกว่าไม่ได้ส่วนลดเลย Embarassed  
ที่พิเศษอีกอย่างหนึ่งก็คือเขามี Discreet packing ค่ะ เหมาะสำหรับ CD เพลงเดี่ยวๆ
และก็สามารถเลือกว่าเป็น gift สำหรับคนรับด้วย 
 
หน้าตาพัสดุด้านหน้า (เซ็นเซอร์ที่อยู่เราไว้ แฮ่)
 
อันนี้เป็นด้านหลังกล่อง (ครั้งแรกเขาใส่ซองมาให้ด้วยล่ะ อาจเป็นเพราะกล่อง CD หนา)
 

เขาจะแปะไว้หน้าพัสดุสำหรับกงศุล มีระบุน้ำหนักและราคาด้วย
ถือว่าเรียบร้อยและชัดเจนแจ่มแจ้งมาก 
 
เขาจะใส่ bubble wrap ให้ด้วย
 
จะบอกว่าประทับใจอย่างหนึ่งในการสั่งซื้อครั้งที่สอง ก็คือเขาส่งให้เร็วมาก!
เราสั่งของก่อนวันออกเทป (วันที่ 25 ของเดือนเมษา) ประมาณวันที่ 18-19 นี่แหละ
แต่ประมาณวันที่ 22 เขาก็เริ่มส่งของออกมาให้เลย และบวกของผ่านกงศุลมาอย่างง่ายดาย
เราเลยได้ของใกล้เคียงกับวันที่เขาออกเทปเลย ♥
 
อวดด้านหน้า :p (จริงๆ หน้าจะกลับด้านล่ะ)
 
ด้านหลัง จะเรียบๆ - เราชอบนะ เพราะชอบท้องฟ้าเป็นทุนเดิม Surprised
 
ในการสั่งของทุกครั้ง เขาจะมีลิ้งค์ให้เราเช็คสถานะของค่ะ (เช่น การชำระเงิน ไปรับของ
จัดของใส่กล่อง และส่งจากไปรษณีย์วันไหน) เขาจะมีอัพเดทให้เป็นระยะๆ ซึ่งก็ดีสำหรับคนขี้กังวล
อย่างเรา ในบางกรณี สามารถขอ tracking number (แต่คงต้องจ่ายเงินเพิ่ม เราไม่ได้ลองค่ะ)
 
การสั่งของครั้งแรกก็ถือว่าราบรื่น แต่...มาติดกงศุล เหมือนเขาดองเอาไว้เกือบเดือนนึง
ทำเอาใจหายว่าเราจะได้ของหรือเปล่า (แถมอันนั้นแพงกว่าหลายเท่า) 
 
ครั้งแรกสั่งซื้ออัลบั้มนี้ เป็นอัลบั้มพิเศษเฉพาะกิจ 
เงินส่วนหนึ่งจากการขายจะนำไปบริจาคสำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปีก่อน
 
ด้านหลังก็เรียบๆ - อันนี้เป็นแค่กล่องเฉยๆ ด้านในมีกล่อง CD กับผ้าเช็ดหน้า :3
 
ข้อดีอีกข้อหนึ่งคือเราจะได้แผ่นที่วางขายในญี่ปุ่น - เราเคยไปเจออัลบั้มอีกอัลบั้มหนึ่งของ SMAP
ในร้านคนจีน แต่อันนั้นเป็นเวอร์ชั่นที่เขาแพ็กเก็จสำหรับขายในประเทศใกล้เคียงอย่างเช่น ฮ่องกง
ซึ่งเราคิดว่าน่าจะมีส่วนที่แตกต่างอยู่บ้าง (ไม่มี booklet สำหรับเนื้อเพลง เป็นแค่กระดาษธรรมดา
ให้พับๆ ในขณะที่เวอร์ชั่นญี่ปุ่นยังพอมีเป็นเล่มให้)
 
สรุปแล้วถือเป็นทางเลือกที่สะดวก ถ้าไม่สามารถไปหาซื้อจากร้านด้วยตัวเอง
แม้จะอยู่อีกฟากโลก เราก็ยังมีโอกาสอุดหนุน TvTb
 
= EDIT เพิ่ม =
อ้อ อีกอย่างหนึ่งที่เราไม่ได้พูดถึงคือจำนวนการขายจาก CDJapan จะนับรวมเข้าไปใน Oricon ด้วย
(reference link: http://www.cdjapan.co.jp/oricon.html) เพราะฉะนั้นก็เหมาะกับการช่วยดันศิลปิน
ให้ขึ้นชาร์ตกับเขา เราไปเช็คมาจาก http://www.oricon.co.jp/rank/index2.html YesAsia ก็นับเหมือนกันค่ะ
 
เราแนะนำว่าก่อนจะสั่งซื้อให้ลองเช็คหลายๆ เว็บค่ะ แล้วดูว่าอันไหนได้ total ที่ถูกที่สุด
เพราะแต่ละ store อาจจะมีของแถม หรือส่วนลดต่างๆ กันไป แล้วก็ควรหา review อื่นๆ
มาอ่านประกอบการตัดสินใจด้วย
 
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบสะสมและใช้แต้มของ CDJapan ที่ http://www.cdjapan.co.jp/offers/rewards.html ค่ะ